วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ไม้แกะสลักรูปเจ้าแม่กวนอิม อายุกว่าพันปี ที่มูลนิธิเทียนฟ้า

เขียนโดย..ศรีพราหมณ์



“เทียนฟ้า” แปลว่า สรวงสวรรค์  หัวถนนเส้นทางลักษณะวันเวย์ก่อนเดินทางเข้าสู่ไชน่าทาวน์หรือเยาวราชนั่นเอง สถานที่แห่งนี้ ความจริงคือโรงพยาบาลที่ชื่อว่า เทียนฟ้า แต่ด้วยศรัทธามหาศาลที่มีต่อองค์เจ้าแม่กวนอิมของอดีตผู้ก่อตั้ง จึงทำให้เกิดศาลศิลปะจีนสมัยราชวงศ์ถัง ถูกก่อสร้างขึ้นอย่างใหญ่โตมานานกว่า 50 กว่าปี โดยมีการอัญเชิญไม้หอมแกะสลักรูปเจ้าแม่กวนอิม อายุกว่าพันปีจากประเทาศจีน มาประดิษฐานให้ประชาชนในย่านเยาวราชกราบไหว้กันอย่างคึกคัก และถือว่า ศาลเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้ เป็นศาลใหญ่ที่สุดย่านไช่น่าทาวน์ทีเดียว ความสะดวกสบาย และความโอ่งโถ่งภายในบริเวณศาล ทำให้ข้าพเจ้า เดินทางมากราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ต้องใช้คำว่า บ่อยมาก เพราะเส้นทางที่จะไปกราบไหว้ ไม่ซ้บซ้อน อยู่ด้านหลังวัดไตรมิตร ถ้าเดินทางรถไฟฟ้าใต้ดินก็ไปลงสุดสายสถานีหัวลำสถานที่สะอาด สะดวกสบาย การเดินทางเข้าไปกราบไหว้ ปราศจากเงื่อนไข เช่นต้องซื้อดอกไม้ธูปเทียน แต่สำหรับที่นี่ มีรับรองไม่มีผู้ดูแลมานั่งจดๆ จ้องๆ ว่าคุณจะทำบุญเท่าไหร่ แล้วแต่ศรัทธา แต่สิ่งหนึ่งที่ตรึงใจก็คือ ความสวยงามด้วยฝีมือการแกะสลักรูปเจ้าแม่กวนอิม ทำให้ข้าพเจ้าต้องไปบ่อย อาจจะเรียกว่าหลงใหลเลยก็ได้ เพราะสวยงามจริงๆ ส่วนเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องย้ำครับ ถามคนในย่านนั้นได้ว่า ผู้ที่มากราบไหว้ ล้วนแล้วมีประสบการณ์ปาฏิหาริย์กับองค์เจ้าแม่กวนอิมองค์นี้มากมายเหลือเกิน แม้แต่ตัวข้าพเจ้าเอง ด้วยความที่เดินทางไปกราบไหว้ท่านบ่อย เคยขนาดซื้อล็อตตาลี่ที่มีแม่ค้ามาขายบริเวณหน้าศาล ข้าพเจ้ายังเคยถูกถึง 10 ใบใหญ่เลขท้ายสองตัว ฉะนั้น ใครที่กำลังมีความทุกข์ความโศกหรือกำลังเผชิญปัญหาอุปสรรค์ต่างๆ สามารถเดินทางไปกราบไหว้ได้ทุกเวลา ไม่มีปิด เพราะด้านหลังเป็นอาคารที่ทำการโรงพยาบาล ตึกผู้ป่วย จึงทำให้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง








จิตรกรรมฝาผนังภายในศาล





วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ยักษ์วัดพระแก้ว ยังเข้มขลังและสร้างจินตนาการให้กับทุกคนที่ไปเยือน


    การทำบล็อกก็เหมือนการพาตัวเองก้าวกลับไปสู่อดีตที่เคยเป็นนักเขียนนักข่าว เริ่มชีวิตการทำงานข่าว เขียนหนังสือพระตั้งแต่อายุ 22 พออายุย่าง 28 ปี ก็หันมาจับปากเป็นนักข่าวหนังสือบันเทิงจนกระทั่งพาตัวเองก้าวขึ้นมานั่งเป็นบรรณาธิการหนังสือบันเทิงและนิตยสารแนวชีวิตฉบับหนึ่งเมื่อ 15 ปีที่แล้ว และหันหลังให้กับแวดวงการหนังสือเมื่อ 5 ปีที่แล้ว พอกลับมาทำบล็อก ก็เหมือนการกลับไปทำหนังสืออีกครั้ง เพราะวิญญาณนักข่าวนักเขียนมันกลับมาสิงสู่จิตใจอีกครั้ง ในแต่ละวัน จึงถ่ายทอดงานเขียน ในรูปแบบ สกู๊ป รายงาน แบบไม่มีสไตล์ ฉะนั้นการอัฟเดตข้อมูลวันนี้ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปกราบขอพรหลวงพ่อพระแก้วมรกต เมื่อพอมีเวลาเหลือ จึงเดินทัศนาดูรอบๆ บริเวณสถานที่ดังกล่าว และเก็บรูปภาพสวยๆ มาฝาก ส่วนใหญ่จะเป็นรูปยักษ์ และภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนภาพสายวงศ์อสูรให้ถ่ายรูปได้อย่างเหมาะเจาะลงตัวด้วยคอมโพสของภาพ ข้าพเจ้าชอบที่จะถ่ายทอดความวิจิตรศิลป์ของเหล่ารูปปั้นยักษ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทศกัณฑ์ ท้าวจักวรรดิและยักษ์ตนอื่นๆ หรือแม้แต่พ่อแก่ที่นั่งรับแขกหลังพระอุโบสถ ก็ยังเข้มขลังไม่เสื่อมคลาย ไม่อยากบรรยายความมาก อยากให้ท่านอิ่มอารมณ์กับการชมภาพสวยๆที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดผ่านเลนต์กล้องตัวเล็กๆที่ใช้อยู่ประจำและเมื่อท่านมีโอกาสควรจะหาเวลาไปชื่นชมด้วยสายตาตัวเอง


















เขียนโดย..ศรีพราหมณ์

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

งานปั้นทุกองค์ของ “ศรียันตราเทวาลัย” บางองค์อาจมีเพียงชิ้นงานเดียว


          ก่อนหน้านี้ เราเคยพูดถึงที่มาที่ไปของเทวาลัยแห่งนี้ ไปแล้ว ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบก่อสร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของผู้ชายตัวใหญ่และก็ใจใหญ่ คุณอานนท์ แก้วมโนรมณ์ ที่ต้องการถ่ายทอดจิตวิญญาณงานศิลปะให้ผู้คนได้กราบไหว้เคารพบูชาและเครื่องยึดเหนี่ยวทั้งจิตใจ ฉะนั้น ผลงานปั้นองค์เทพ จึงมีมากมายหลายแบบ บางองค์ก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ในเซซั่นนี้ข้าพเจ้าจึงไม่ขอกล่าวอะไรมาก นอกจากจะให้ท่านได้ทัศนาด้วยความพึงใจกันเองเองนะครับ